สาขาทำให้ ภ.พ.30 ยุ่งขึ้นตรงไหน?
ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มยื่น ภ.พ.30 เป็นรายเดือนภาษี ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ต กรมสรรพากรขยายเวลาให้อีก 8 วันเป็นวันที่ 23 (ประกาศขยายเวลารอบปัจจุบันใช้ถึงเดือนมกราคม 2570)
กิจการที่มีสถานประกอบการแห่งเดียวก็จบที่แบบฉบับเดียว แต่พอมีสาขา กฎตั้งต้นคือแยกยื่นเป็นรายสถานประกอบการ สำนักงานใหญ่หนึ่งฉบับ สาขาละหนึ่งฉบับ
ถ้าอยากยื่นรวมเป็นฉบับเดียว ต้องยื่นคำขอ ภ.พ.02 ต่ออธิบดีกรมสรรพากร ผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ พอได้รับอนุมัติแล้วจึงยื่นรวมได้ตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกำหนด และต้องแนบรายละเอียดภาษีขายกับภาษีซื้อของแต่ละสถานประกอบการไปกับแบบทุกเดือน
| แยกยื่น (ค่าตั้งต้น) | ยื่นรวม (อนุมัติ ภ.พ.02 แล้ว) | |
|---|---|---|
| จำนวนแบบต่อเดือน | หนึ่งฉบับต่อสถานประกอบการ | ฉบับเดียวในนามสำนักงานใหญ่ |
| สิ่งที่ต้องแนบ | ตัวเลขของสถานประกอบการนั้น | ใบแนบแสดงภาษีขายและภาษีซื้อของทุกสถานประกอบการ |
| ภาษีที่ต้องชำระหรือชำระเกิน | คิดแยกของแต่ละแห่ง | รวมกันเป็นยอดเดียว |
ทั้งสองแบบใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน คือยอดขาย ภาษีขาย ยอดซื้อ และภาษีซื้อ แยกตามสถานประกอบการ ต่างกันแค่จำนวนฉบับที่ส่งออกไป ระบบบัญชีจึงต้องรู้ว่าทุกรายการเกิดที่สาขาไหนตั้งแต่ตอนบันทึก
รายงานภาษีซื้อ-ขายต้องแยกตามสถานประกอบการ
มาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากรให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ แยกเป็นรายสถานประกอบการ และลงรายการภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายไป ถึงได้รับอนุมัติให้ยื่นรวม รายงานก็ยังต้องแยกอยู่ดี
รายงานภาษีซื้อต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย และบอกว่าใบกำกับภาษีใบนั้นออกจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาที่เท่าไร เลขสาขาเป็นตัวเลข 5 หลัก สำนักงานใหญ่ใช้ 00000 ข้อมูลคู่นี้ควรอยู่ในทะเบียนผู้ขายตั้งแต่วันที่สร้าง ไม่ใช่มาไล่เติมตอนปิดเดือน
Business Central มาตรฐานมีอะไร และขาดอะไร?
ฝั่งการคำนวณ Business Central มาตรฐานพร้อมอยู่แล้ว ภาษีทุกบรรทัดคิดจาก VAT Posting Setup ที่จับคู่กลุ่มภาษีของคู่ค้ากับกลุ่มภาษีของสินค้า เอกสารที่ Post แล้วทุกใบจะเกิด VAT Entry ให้ตรวจย้อนได้ ภาษีขายของงานบริการที่ยังไม่ถึงกำหนดก็ใช้กลไก Unrealized VAT ของระบบได้ด้วย
ที่ขาดคือบริบทของไทย ประเทศไทยใช้ base app รุ่น W1 ซึ่งไม่มีแนวคิดเรื่องสาขาภาษี ไม่มีรายงานภาษีซื้อ-ขายตามรูปแบบของกรมสรรพากร และไม่มีแบบ ภ.พ.30 ทีมบัญชีหลายแห่งเลยต้อง export VAT Entry ออกไป Excel แล้วแยกสาขาเองทุกเดือน (ที่มาของ W1 อยู่ในบทความ Localization ใน Business Central คืออะไร)
ข้อมูลที่ต้องติดไปกับทุกรายการตั้งแต่ตอนบันทึก
- สถานประกอบการของเราที่ออกหรือรับเอกสาร ใบกำกับภาษีขายต้องระบุว่าออกจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาไหน ฝั่งซื้อก็ต้องรู้ว่าสาขาไหนเป็นผู้ใช้สิทธิ์ภาษีซื้อ
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและเลขสาขาของคู่ค้า ดึงจาก VAT Service ของกรมสรรพากรได้ตอนสร้างลูกค้าหรือผู้ขาย ลดโอกาสคีย์เลขผิดตั้งแต่ต้นทาง ลองค้นได้ที่ส่วนนำเสนอบนหน้าแรก
- วันที่และเลขที่ใบกำกับภาษีของผู้ขาย รายงานภาษีซื้อใช้วันที่บนใบกำกับภาษี ไม่ใช่วันที่ Post ภาษีซื้อใช้สิทธิ์ในเดือนภาษีตามใบกำกับภาษี ถ้ามีเหตุจำเป็นตามที่กรมสรรพากรกำหนด เลื่อนไปใช้ในเดือนอื่นได้ไม่เกิน 6 เดือนถัดจากเดือนนั้น ระบบจึงต้องเก็บสองวันที่นี้แยกกัน
- งานบริการที่ภาษีขายยังไม่ถึงกำหนด ตามมาตรา 78/1 ภาษีขายของงานบริการเกิดเมื่อได้รับชำระ เว้นแต่ออกใบกำกับภาษีหรือมีการใช้บริการไปก่อน รายการกลุ่มนี้ต้องเข้ารายงานในเดือนที่รับเงิน ไม่ใช่เดือนที่ออกใบแจ้งหนี้
ปิดเดือนภาษีบน Business Central กับ JWIC Localization
เมื่อทุกรายการมีสาขาติดมาตั้งแต่ต้น งานสิ้นเดือนก็เหลือแค่ตรวจแล้วส่ง ลำดับที่เราใช้กับลูกค้ามีสี่ขั้น
ลำดับงานปิดเดือนภาษี
- เปิดรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อของแต่ละสาขา ไล่หารายการที่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือสาขาของคู่ค้าว่าง
- ตรวจภาษีขายของงานบริการที่ยังไม่ถึงกำหนด ว่ารายการที่รับเงินแล้วเข้ามาอยู่ในเดือนนี้ครบ
- เปิดหน้า PP Report เลือกเดือนภาษีและสาขา ระบบคำนวณบรรทัดของแบบให้จาก VAT Entry
- ดาวน์โหลดแบบ ภ.พ.30 ที่กรอกตัวเลขแล้ว ตรวจกับรายงาน แล้วยื่นผ่าน e-Filing ของกรมสรรพากร ถ้ายื่นรวมก็แนบใบแนบของทุกสาขาไปด้วย
JWIC Localization ช่วยตรงไหน
ส่วนเสริมที่เราพัฒนาครอบคลุมงานภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยทั้งสาย
- รายงานภาษีซื้อและรายงานภาษีขาย รองรับสำนักงานใหญ่และสาขา รวมถึงการแยกยื่นรายสาขา
- แบบ ภ.พ.30 พร้อมใบแนบ กรอกตัวเลขจากรายการในระบบ
- ภาษีที่ยังไม่ถึงกำหนดของงานบริการ และใบแทนใบกำกับภาษี
- ค้นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและเลขสาขาจาก VAT Service ของกรมสรรพากร ตอนสร้างลูกค้าและผู้ขาย
ตัวเลขทุกบรรทัดของแบบตรวจย้อนกลับไปถึง VAT Entry และเอกสารต้นทางได้ ผู้ตรวจสอบถามตัวไหนก็เปิดให้ดูได้จากในระบบ
การเปลี่ยนจากแยกยื่นเป็นยื่นรวมต้องได้รับอนุมัติก่อน และมีผลตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกำหนด ควรให้ผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของคุณตรวจตารางสาขาและวิธียื่นก่อนเปิดใช้งานจริง
อ้างอิง: มาตรา 87–90 แห่งประมวลรัษฎากร · มาตรา 77–79 · แบบ ภ.พ.02 · ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 4 · การยื่นแบบ ภ.พ.30 ผ่านอินเทอร์เน็ต
ยังแยกสาขาใน Excel ก่อนยื่น ภ.พ.30 อยู่ไหม?
นัดคุยเพื่อดูโครงสร้างสาขาและวิธียื่นของคุณ แล้วดู Demo การปิดเดือนภาษีบนระบบ ไม่มีค่าใช้จ่าย